หลุดสเปก iPhone 13 ราคา ดีไซน์ ชิป จัดเต็มทุกรุ่นเปิดตัว 14 กันยายนนี้

Reading Time: < 1 minute

อีกไม่กี่อึดใจเหล่าสาวก Apple ก็จะได้ยลโฉม iPhone 13 ในงานเปิดตัวซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในวันที่ 14 กันยายนนี้ ถึงแม้จะยังไม่มีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีทั้งข่าวลือและข่าวหลุดของสเปกและฟีเจอร์ต่างๆ ใน iPhone 13 ออกมาอยู่เรื่อย ๆ  สำหรับใครที่อดใจรอถึงวันงานไม่ไหว ทีมงาน Littlebite ได้รวบรวมสเปกและข้อมูลเด็ด ๆ มาไว้ที่นี่แล้ว

หลุดสเปก iPhone 13 ราคา ดีไซน์ ชิป จัดเต็มทุกรุ่นเปิดตัว 14 กันยายนนี้

Image credit: Droidsans

สีสันและดีไซน์เรียบง่ายสไตล์ Apple

iPhone รุ่นใหม่จะมีให้เลือก 4 รุ่น ได้แก่ iPhone 13 Mini, iPhone 13, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max โดยจากข้อมูลล่าสุด สีสันและดีไซน์น่าจะปรับเปลี่ยนจาก iPhone 12 เพียงเล็กน้อย เช่น การลดขนาดรอยบากบนหน้าจอในทุก ๆ รุ่น กล้องหลังหนาขึ้น มีสีใหม่ให้เลือก 1 สี ฯลฯ

มาพูดถึงเรื่องสีกันก่อนดีกว่า ในขณะที่ iPhone 12 มีให้เลือก 6 สี ได้แก่ Deep Blue, Minty Green, Project Red, White, Black และ Purple เหล่ากูรูคาดว่า iPhone 13 จะมีสีใหม่มาแทนที่สีเดิม 1 สี คือ Sunset Gold ซึ่งจากรูปโมเดลที่ @RendaersbyIan ปล่อยออกมา จะมีลักษณะคล้ายสี Rose Gold หม่น ๆ หรือสี Bronze นอกจากนี้ยังมีข่าวลือเกี่ยวกับสี Bubble Gum Pink และสี Orange Bronze อีกด้วย

Image credit: Thaimobilecenter

ขนาดตัวเครื่องและหน้าจอแตกต่างจากเดิมเล็กน้อย

เหล่ากูรูคาดการณ์ว่าตัวเครื่อง iPhone 13 จะหนากว่า iPhone 12 เล็กน้อย นั่นคือ จาก 7.4 มม. มาเป็น 7.57 มม. แต่ก็เป็นความแตกต่างที่น้อยมาก ๆ จนหลายคนแทบไม่รู้สึก

แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดจะเป็นบริเวณกล้องด้านหลังที่เดิม iPhone 12 และ iPhone 12 Pro หนา 1.5 มม. และ 1.7 มม. แต่ iPhone 13 และ iPhone 13 Pro จะหนาขึ้นเป็น 2.51 มม. และ 3.56 มม. ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เลนส์ยื่นออกมาจากตัวเครื่องมากเหมือนรุ่นก่อน และสำหรับ iPhone 13 และ iPhone 13 Mini ซึ่งมีกล้องหลัง 2 เลนส์ อาจมีการจัดวางตัวเลนส์ให้อยู่ในแนวทแยงแทนการวางเรียงตรงๆ อีกด้วย

เปรียบเทียบขนาดเครื่อง iPhone 13 และ iPhone 12

Image credit: Appleinsider

ส่วนขนาดหน้าจอ ก็ยังคงเหมือน iPhone 12 มีให้เลือก 3 ขนาด ตามแต่ละรุ่นดังนี้

  • iPhone 13 Mini: 5.4 นิ้ว
  • iPhone 13: 6.1 นิ้ว
  • iPhone 13 Pro: 6.1 นิ้ว
  • iPhone 13 Pro Max: 6.7 นิ้ว

สเปกและฟีเจอร์เด็ด

จอภาพแสดงผลลื่นขึ้นด้วย Refresh rate 120Hz

ข้อนี้คงถูกใจเหล่าเกมเมอร์ เพราะจากเดิมที่ iPhone 12 มี Refresh rate 60Hz มาคราวนี้ Apple ก็ไม่น้อยหน้ามือถือรุ่นเรือธงค่ายอื่นๆ แม้ว่า iPhone 13 ทุกรุ่นจะยังคงใช้จอภาพ OLED เหมือนเดิม แต่ Apple ก็ได้อัปเกรดจอภาพของ iPhone 13 Pro และ Pro Max ด้วยเทคโนโลยี LTPO ให้รองรับ Refresh rate 120Hz ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าจะให้ความรู้สึกที่ลื่น เร็วและแรงขึ้นทั้งตอนใช้งานแอปและเล่นเกม

ชิปใหม่ แรงรับ 5G

iPhone 13 ทุกรุ่นน่าจะมีการอัปเกรดชิปเป็น Apple A15 Bionic ระดับ 5 นาโนเมตร ที่ได้รับการผลิตโดย TSMC ซึ่งมีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่า A14 ใน iPhone 12

ด้านการใช้งานอินเทอร์เน็ต มีรายงานจาก Qualcomm ว่า iPhone ทุกรุ่นจะเปลี่ยนมาใช้ Qualcomm’s X60 5G modem ซึ่งจะช่วยให้การใช้งาน 5G ด้วย iPhone 13 ลื่นและประหยัดแบตขึ้น iPhone 13 จึงน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากใช้งาน 5G ให้ได้เต็มประสิทธิภาพ

สเปกและฟีเจอร์ใหม่ของ iPhone 13

Image credit: Whathifi

กล้องถ่ายรูปและวิดีโอ คมชัดระดับมืออาชีพ

มีข่าวหนาหูว่าจะมีอย่างน้อย 3 ฟีเจอร์ใหม่สำหรับการถ่ายรูปและวิดีโอใน iPhone 13 ได้แก่

  • ระบบปรับฟิลเตอร์รูปภาพแบบที่ดีขึ้น
  • เทคโนโลยี ProRes ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพของวิดีโอ ซึ่งคาดว่าจะมีใน iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max
  • Portrait Mode Video ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ไม่ใช่แค่นั้น iPhone 13 ทุกรุ่น จะมาพร้อมกับเลนส์ที่ถ่ายรูปได้กว้างและคมชัดกว่าเดิม แม้มีแสงน้อย ด้วยรูรับแสงขนาด f1.8 ซึ่งเล็กกว่ารูรับแสง f2.4 ของ iPhone 12 ทำให้เลนส์รับแสงได้เต็ม ๆ

ส่วน Lidar Scanner เทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องการโฟกัสอัตโนมัติและถ่ายภาพในที่แสงน้อย ก็ยังคงมีใน iPhone รุ่น Pro และ Pro Max เช่นเดิม

Lightning Port ยังไม่จากไปไหน

ถึงจะมีกระแสว่า Apple จะดัน MagSafe ที่ชาร์จแบบไร้สายมากขึ้น แต่ดูเหมือนว่า iPhone 13 ทุกรุ่นจะยังคงมี Lightning Port อยู่ ยกเว้น iPhone 13 Pro Max ซึ่งคาดว่าในอนาคตอาจไม่มีช่องเสียบ หรือปุ่มใด ๆ เลย แต่จะเป็นการปรับปรุงในรุ่นที่วางขายช่วงหลัง

แบตเตอรีใหม่ใหญ่กว่าเดิม

คาดว่า iPhone 13 ทุกรุ่นจะมาพร้อมแบตเตอรีที่ใหญ่และอึดกว่าเดิม สาเหตุหนึ่งก็เพราะต้องรองรับการใช้งานหน้าจอ 120 Hz ในรุ่น Pro และ Pro Max ด้วยนั่นเอง

ขนาดแบตเตอรีของ iPhone 13 แต่ละรุ่น

  • iPhone 13 Mini: 2,406-mAh
  • iPhone 13: 3,095-mAh
  • iPhone 13 Pro: 3,095-mAh
  • iPhone 13 Pro Max: 4,325-mAh

ราคาเท่าเดิม (?) เพิ่มเติมคือสเปก

ปิดท้ายด้วยสิ่งที่ทุกคนสงสัย นั่นคือ ราคาของ iPhone 13 นั่นเอง ซึ่งตอนนี้ยังเสียงแตกอยู่ว่าราคาจะเป็นเท่าไร บ้างก็ว่าอาจแพงขึ้นเพราะราคาชิปแพงขึ้น บ้างก็ว่าราคาเท่าเดิม แต่ถ้าราคาเท่าเดิมจริง ๆ iPhone 13 ก็อาจจะมีราคาประมาณด้านล่างนี้

  • iPhone 13 Mini (64 GB) – 699 USD (~23,200 บาท)
  • iPhone 13 (64 GB) – 799 USD (~26,600 บาท)
  • iPhone 13 Pro (128 GB) – 999 USD (~33,260 บาท)
  • iPhone 13 Pro Max (64 GB) – 1,099 USD (~36,590 บาท)

ถึงแม้ว่าข้อมูลเหล่านี้จะยังไม่เป็นทางการ แต่เราก็พอจะเห็นแล้วว่า iPhone 13 น่าจะมีหลาย ๆ ส่วนที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งการปรับปรุงชิปและแบตให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ อย่างการเชื่อมต่อ 5G ที่ลื่นขึ้น ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของกล้องและหน้าจอ ฯลฯ ระหว่างนี้หากมีข่าวหรือข้อมูลใหม่ ๆ ของ iPhone 13 ออกมาอีก Littlebite จะนำมาเล่าให้ฟังกันอีก เหล่าสาวก Apple ห้ามพลาดเชียวล่ะ!